“ราคาน้ำมันดิบ” ในสหรัฐฯ ร่วงติดลบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วันที่ 21 เมษายน 2563 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปริมาณความต้องการน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงอย่างหนัก หลังผู้คนกว่าพันล้านคนต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ติดลบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประจำเดือนพฤษภาคมปิดการซื้อขายในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย. ติดลบ 37.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นอัตราการลดลงถึง 306% จากวันก่อนหน้า หลังร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ ติดลบ 40.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระหว่างวัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 2.51 ดอลลาร์ หรือ 9% มาอยู่ที่ 25.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบของสัญญาเวสต์เท็กซัสประจำเดือนมิถุนายนยังคงอยู่ในระดับที่ดีกว่ามาก คือ 20.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนจึงตัดสินใจเทขายสัญญาเดือนพฤษภาคมซึ่งหมดอายุลงในวันจันทร์ เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันดิบที่หดตัวอย่างหนัก ซึ่งโดยปกติแล้ว ก่อนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะหมดอายุลง ผู้ค้าต้องตัดสินใจว่าจะยังซื้อน้ำมันจริง หรือเลื่อนสถานะไปเป็นสัญญาของเดือนถัดไปแทน

นักวิเคราะห์ในต่างประเทศให้ความเห็นว่า สิ่งที่อธิบายได้ง่ายที่สุดเมื่อราคาน้ำมันต่ำติดลบก็คือ เวลานี้ผู้เล่นกลางน้ำกำลังจ่ายเงินให้ผู้ซื้อเพื่อรับมอบน้ำมันไป ในขณะที่เพดานกักเก็บใกล้จะแตะจุดสูงสุด

ราคาน้ำมันดิบ ติดลบ

แต่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีปริมาณการเทรดสูงสุด (Active) เป็นสัญญาส่งมอบน้ำมันเดือนมิถุนายน ซึ่งราคาปรับตัวลง 4.60 ดอลลาร์ หรือ 18.3% แตะระดับ 20.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อคืนนี้

เอ็ดเวิร์ด โมยา นักวิเคราะห์ตลาดแห่ง Oanda ให้ความเห็นว่า ภาวะราคาน้ำมันทรุด สะท้อนให้เห็นว่า บรรดาเทรดเดอร์กำลังหันไปลงทุนในสัญญาเดือนมิถุนายนแทน เพราะไม่มีใครต้องการรับมอบน้ำมัน เนื่องจากคลังกักเก็บใกล้เต็มแล้ว

สำหรับราคาสัญญาน้ำมันดิบเพื่อส่งมอบล่วงหน้า WTI เมื่อช่วงเดียวกันมีปีที่ผ่่านมาซื้อขายที่บาเรลละ 66 ดอลลาร์ ขณะที่ 6 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 56 ดอลลาร์ และ 3 เดือนที่ผ่านมาที่ 58 ดอลลาร์และล่าสุดไหลลงลึกสุดไปที่ 0.05 ดอลลาร์ ต่อบาเรล





ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าว OTPC ทาง Line Official Account