นักวิจัยจีนพบ โควิด-19 กลายพันธุ์ โอกาสแพร่ระบาดสูงกว่า

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนา มอนิ่ง โพสต์ รายงานว่า ทีมนักวิจัยของจีน ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการวิจัยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ลงในวารสาร National Science Review ระบุว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 กลายพันธุ์ ออกเป็น 2 ชนิด ทำให้มีอาการติดเชื้อแตกต่างกันและมีความสามารถในการกระจายตัวในสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป

ชนิดแรก ถูกตั้งชื่อว่าเป็นชนิดแอล (L Type) สามารถแพร่ได้ทั่วไปมากกว่าอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกตั้งชื่อว่าเป็นชนิดเอส (S Type) หมายความว่า ชนิดแอลสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายกว่า และชนิดแอลนี้ นักวิจัยพบว่าวิวัฒนาการมาจากชนิดเอส

จากการศึกษาขั้นต้นยังพบว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ชนิด L แพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการระบาดในจีนมาตั้งแต่ช่วงก่อนวันที่ 7 มกราคม ขณะที่คณะนักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์จีโนม (Genome) หรือข้อมูลพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทั้งหมด 103 จีโนม และพบการกลายพันธุ์ในสายพันธุกรรมถึง 149 จุด

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า พฤติกรรมของมนุษย์ที่เกิดขึ้นภายหลังพบการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อปริมาณของไวรัสทั้ง 2 ชนิด ซึ่งมาตรการป้องกันและควบคุมที่เข้มงวดของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นจีน เช่น การกักกันโรค และการปิดเมือง ทำให้ไวรัสชนิด L แพร่กระจายเชื้อได้น้อยลง

ข่าวโควิด 19 กลายพันธุ์

อย่างไรก็ตามพบว่า ไวรัสชนิด L นั้นเป็นต้นตอของการติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นมากถึง 70% ขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์มองว่า การศึกษาวิจัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หลังจากนี้ จำเป็นต้องเพิ่มการศึกษาและทำความเข้าใจต่อการแพร่กระจายและการกลายพันธุ์ของไวรัสให้มากยิ่งขึ้น





ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าว OTPC ทาง Line Official Account