นายกฯเลบานอน เผยต้นเหตุระเบิดเบรุตมาจาก “แอมโมเนียมไนเตรต”

จากเหตุการณ์ระเบิดขนาดใหญ่ริมชายฝั่งกรุงเบรุต เมืองของของประเทศเลบานอน เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 63 (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 80 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 4,000 ราย โดยในรอบแรกนั้นเป็นการระเบิดที่มองเห็นได้จากคลิปที่มีการแชร์ในโซเชียลว่า เป็นการระเบิดที่มีพลุดอกไม้ไฟอยู่ในจุดเกิดเหตุในครั้งแรกซึ่งคาดว่าเป็นโกดังที่ไว้เก็บพลุ โดนครั้งที่สองเป็นช็อกเวฟ สร้างความเสียหายให้กับบริเวณท่าเรือและกินวงกว้างกว่า 25 กิโลเมตร

โดยความเสียหายในครั้งนี้ ทำให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากการระเบิดส่งผลเป็นวงกว้างและทำลายอาคารรวมถึงกระจกของตัวตึกในรัศมีที่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งทางด้านชาวเน็ตทั่วโลกต่างร่วมโพสต์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตั้งแฮชแท็ก #PrayForLebanon และ #PrayForBeriut พร้อมทั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้ว่าเกิดจากสิ่งใด เนื่องจากเป็นช่วงที่ประเทศเลบานอนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยยังไม่ฟื้นตัวและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก

รวมไปถึงข่าวอื่น ๆ ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในประเทศอย่าง การที่คณะตุลาการพิเศษของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์กำลังมีคำพิพากษาและประกาศบทลงโทษลับหลังต่อผู้ต้องหา 4 ราย ที่เป็นอดีตอดีตสมาชิกของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. นี้. เนื่องจากมีการเชื่อมโยงว่าว่า สถานที่เกิดเหตุระเบิดครั้งนี้อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุคาร์บอมที่ลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีราฟิก ฮาริรี เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 47

ล่าสุดด้านนายฮัสซัน ดิอับ นายกรัฐมนตรีเลบานอน ได้แถลงว่า สาเหตุการณ์ระเบิดเกิดจาก “แอมโมเนียมไนเตรต” ที่มีน้ำหนักราว 2,750 ตัน ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในอาคารหลังหนึ่งริมชายฝั่งกรุงเบรุตซึ่งเป็นที่ไม่ปลอดภัยและอยู่ในเขตบ้านเรือนประชาชนนานถึง 6 ปี โดยทางรัฐบาลจะจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมารับโทษตามกฎหมาย พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเบรุต 2 สัปดาห์ นอกจากนั้นได้กำหนดให้เบรุตเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

ขณะที่ด้านประธานาธิบดีมิเชล อูน ได้ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เตรียมจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งแผนการพื้นฟูเมืองเบรุตเป็นจำนวนเงินราว 2,049.97 ล้านบาท





ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าว OTPC ทาง Line Official Account