เช็คแล้ว!! ข่าวลือสั่งเด้ง “ผู้ว่าฯระยอง” เซ่นทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ไม่เป็นความจริง

จากกรณีทหารอียิปต์ ที่เดินทางมายังประเทศไทยและเข้าพักที่ จ.ระยอง โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย ที่เดินทางออกจากสถานที่ที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้ โดยมีไปยังห้างแหลมทอง จ.ระยอง 27 ราย เมื่อเวลา 11.00 – 14.59 น. และมี 4 ราย (ไม่รวมผู้ติดเชื้อ) ได้นั่งแท็กซี่ไปห้างเซนทรัลระยอง ในเวลา 14.00 – 18. 00 น. เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 9 ราย คือ บุคคลในโรงแรม DVaree 7 ราย ประกอบด้วย ผู้จัดการ 2 ราย พนักงานขาย 1 ราย และแม่บ้าน 4 ราย ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภามีคนขับรถตู้ 2 ราย สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 9 ราย คือทีม CDCU (หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ) และทีมตรวจคนเข้าเมืองระยอง ขณะเดียวกันกับกรณีของลูกทูตวัย 9 ขวบ ที่เข้าพักในคอนโดย่านสุขุมวิท กทม. ทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานรัฐในการจัดการเรื่องดังกล่าว ว่าให้สิทธิพิเศษโดยไม่ต้องกักตัว 14 วันในสถานที่ของรัฐ

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 63 มีข่าวลือว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง โดยให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมแทน หลังจากที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ โดยข่าวดังกล่าวมีการยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพียงแต่เป็นช่วงประจวบเหมาะที่มีคำสั่งสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย 36 อัตรา ซึ่งมีมติเห็นชอบในวันที่ 14 ก.ค. ตามวาระโดยมีผลวันที่ 1 ต.ค. 63

ซึ่งด้านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ได้ระบุว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีมติว่า จะดำเนินการ 3 ข้อดังนี้

  1. ทบทวนมาตรการการผ่อนคลายมาตรการกักกันของบุคคลในคณะทูต โดยเฉพาะคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว
  2. ให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยกเลิกการอนุญาตการบินเข้าของเที่ยวบินของกองทัพอากาศอียิปต์ที่ได้รับอนุญาตแล้ว จำนวน 8 เที่ยวบิน ในวันที่ 17-20 และ 15-29 ก.ค. 63
  3. ให้ชะลอการอนุญาตการเดินทางเข้ามาในประเทศแบบผ่อนคลายมาตรการกักกันโรคในสถานที่ของรัฐ ตามข้อกำหนด ฉบับที่ 12(2), (3) และ (11) ไปก่อน และมีการทบทวนมาตรการควบคุมให้มีการรัดกุมรอบคอบ จึงให้มีการดำเนินการต่อไป





ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าว OTPC ทาง Line Official Account