ศาลสั่งจำคุก “ไอซ์ หีบเหล็ก” 10 ปี 5 เดือน ข้อหาครอบครองยาบ้า-กัญชา

วันนี้ (18 มี.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 63 ที่ผ่านมา ศาลอาญาธนบุรี มีคำพิพากษาคดี นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีหมายเลขดำที่ ย.199/2563 ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 371 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งในชั้นสอบสวนนายอภิชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยอัยการยื่นฟ้องวันที่ 18 ก.พ. 63 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 63 จำเลย จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ชนิดเม็ดและชนิดเกล็ด ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยจำเลยมีเมทแอมเฟด Garmin ชนิดเม็ดจำนวน 78 เม็ดและชนิดเกล็ด 2 ถุงรวมน้ำหนักทั้งสิ้น 18.199 กรัม และจำเลยมีกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 5 ไว้ในครอบครองจำนวน 1 ถุงน้ำหนัก 2.103 กรัม และจำเลยยังมีอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม.LUGER มีเลขหมายประจำปืน จำนวน 1 กระบอกพร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน และยังมีกระสุนปืนออโตเมติกขนาด 9 มม.อีกจำนวน 15 นัด เหตุเกิดที่แขวงและเขตบางแค กทม. ในชั้นสอบสวนนายอภิชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

และก่อนคดีนี้ ขณะที่จำเลยมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ได้เคยกระทำผิดและต้องคำพิพากษาถึงที่สุดจำคุก 4 เดือน 15 วัน ฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ของศาลอาญาธนบุรี ในคดีอาญาหมายเลขแดง 2625 5/2561 (ตัดสินเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2561) ซึ่งความผิดดังกล่าวไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ โดยจำเลยพ้นโทษในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 แล้วกลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษ จึงขอให้ศาลพิจารณาเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 และเพิ่มโทษจำเลย 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ด้วย และหากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอัยการโจทก์ก็ขอคัด เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนี

จำคุก ไอซ์ หีบเหล็ก

ซึ่งในชั้นพิจารณาของศาล นายอภิชัย หรือไอซ์ หีบเหล็ก จำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งระหว่างพิจารณาคดีจำเลยไม่ได้ประกันตัวถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรีมาโดยตลอด

ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ที่ฟ้อง ประกอบกับจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 9 ม.ค.63 จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึด methamphetamine และกัญชาพร้อมอาวุธปืนของกลาง ซึ่งของการทั้งหมดนำไปตรวจพิสูจน์แล้ว

จึงพิพากษาว่า จำเลย กระทำผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา15 วรรคสาม (2), 26/3 วรรคหนึ่ง 66 วรรคสอง , 76 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7 , 72 วรรคสาม

ให้เรียงกระทงลงโทษ จำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้จำคุก 13 ปี และปรับ 750,000 บาท , ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 3,000 บาท โดยให้เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 ด้วย ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงเป็นจำคุก 19 ปี 6 เดือน และปรับ 1,125,000 บาท , ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นปรับ 4,500 บาท

ส่วนฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาต ให้จำคุก 1 ปี โดยให้เพิ่มโทษจำเลย 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ในความผิดฐานนี้ด้วยเป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือน

โดยรวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 20 ปี 10 เดือน และปรับ 1,129,500 บาท ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกเป็นเวลา 10 ปี 5 เดือนและปรับ 564,750 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการด้วยการกักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 กรณีต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 2 ปี และให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ด้วย





ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าว OTPC ทาง Line Official Account