ครีมนวดผมเคราติน เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในเส้นผม ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียให้กลับมานุ่มสลวย มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย และลดปัญหาผมชี้ฟู ครีมนวดผมเคราติน ต่างจากครีมนวดทั่วไป คือ ครีมนวดผมเคราติน จะเหมาะกับคนที่มีผมเสียหนัก ๆ ไม่ว่าจะผมแห้ง ผมทำสี หรือผมผ่านเคมี เคราตินในครีมจะช่วยเติมโปรตีนที่ผมเราขาดไป ฟื้นฟูจากข้างในให้ผมกลับมาแข็งแรง นุ่มสลวยแบบมีสุขภาพดี ใช้ต่อเนื่องสักพักจะเห็นว่าผมร่วงน้อยลง ยาวไวขึ้น ซึ่งเคราตินแท้ จะมีราคาค่อนข้างสูง ส่วนครีมนวดผมทั่วไป จะเหมาะกับคนที่ผมไม่ได้เสียมาก แค่อยากให้ผมนุ่มลื่นหลังสระ ใช้เห็นผลทันที เพราะมันเคลือบผมไว้ แต่ไม่ได้เข้าไปบำรุงลึกแบบเคราติน ใช้แล้วนุ่มก็จริงแต่พอล้างออกก็จบ ต้องใช้บ่อย ๆ และราคาก็จะเบากว่า ซึ่งครีมนวดผมเคราติน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือเคราติน จากธรรมชาติ และ เคราติน จากการสังเคราะห์ โดยทั้ง 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันดังนี้
เคราตินธรรมชาติ vs เคราตินสังเคราะห์ ต่างกันยังไง?
เคราติน จากธรรมชาติ (Natural Keratin)
คือสกัดจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ขนสัตว์ ขนนก ขนแกะ หรือโปรตีนจากพืชบางชนิด มีโครงสร้างใกล้เคียงกับเส้นผมมนุษย์มาก
ข้อดี
- บำรุงลึก ซึมเข้าผมได้ดี ช่วยฟื้นฟูผมเสีย
- ปลอดภัย ไม่ระคายเคืองง่าย
- ใช้ต่อเนื่องแล้วผมจะนุ่ม แข็งแรง มีน้ำหนัก
ข้อเสีย
- ราคาสูง
- เสื่อมสภาพเร็ว (ถ้าไม่ได้เก็บดี)
- บางสูตรกลิ่นอาจไม่หอมเท่าสังเคราะห์
เคราตินสังเคราะห์ (Synthetic Keratin)
คือ ผลิตขึ้นในห้องแล็บ เลียนแบบโครงสร้างโปรตีนเคราติน เพื่อให้มีคุณสมบัติคล้ายของจริง แต่อาจไม่เหมือน 100%
ข้อดี
- ราคาย่อมเยากว่า
- เก็บได้นาน ไม่เสียง่าย
- กลิ่นหอมถูกใจ (เพราะปรุงกลิ่นได้ง่าย)
ข้อเสีย
- ฟื้นฟูผมได้ไม่ลึกเท่าของธรรมชาติ
- อาจทำให้ผมเคลือบเงาชั่วคราว แต่ไม่ได้บำรุงจริง
- บางสูตรมีสารเคมีอื่นผสม อาจระคายเคืองกับผิวแพ้ง่าย
วิธีใช้ครีมนวดผมเคราตินให้ได้ผลดีที่สุด
- สระผมให้สะอาด
ก่อนลงครีมนวดเคราติน ต้องสระผมให้สะอาดด้วยแชมพู โดยเฉพาะถ้าผมมันหรือมีผลิตภัณฑ์จัดแต่งผม เพราะสิ่งสกปรกจะขวางไม่ให้เคราตินซึมเข้าผมได้เต็มที่ ถ้าจะให้ได้ผลดีควรใช้คู่กับแชมพูสูตรอ่อนโยนหรือสูตรเดียวกับแบรนด์ครีมนวด จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น
- ซับผมให้หมาดก่อนลงครีมนวด
อย่าทาครีมนวดตอนผมเปียกน้ำหยด เพราะจะเจือจางเนื้อครีม ให้ใช้ผ้าซับน้ำส่วนเกินออกก่อน แล้วค่อยลงครีมนวด
- ลงครีมนวด “แค่ช่วงปลายผม”
ไม่ควรนวดตรงโคนผมหรือหนังศีรษะ เพราะอาจทำให้หนังศีรษะมันหรืออุดตัน เน้นเฉพาะช่วงกลางถึงปลายผม (บริเวณที่เสียมากที่สุด)
- นวดเบา ๆ และทิ้งไว้ 5–10 นาที
ค่อย ๆ นวดเบา ๆ ให้เคราตินซึมเข้าทุกเส้นผม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที อย่ารีบล้าง เพราะเคราตินต้องใช้เวลาในการซึม ถ้าใช้หมวกคลุมผมหรือผ้าร้อนคลุมไว้ จะช่วยให้ครีมซึมได้ลึกยิ่งขึ้น
- ล้างออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา
หลีกเลี่ยงน้ำร้อน เพราะอาจชะล้างโปรตีนออกไป การล้างด้วยน้ำเย็นช่วยปิดเกล็ดผม ให้ผมเงางามและนุ่มลื่น
- ใช้สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
ไม่ต้องใช้ทุกวัน (ยกเว้นระบุไว้บนฉลาก) ใช้แค่ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ก็พอแล้ว ผมจะไม่มันง่ายและไม่อุดตัน
- ใช้คู่กับทรีตเมนต์หรือเซรั่ม
เสริมพลังบำรุงหลังล้างออกด้วยเซรั่มเคราตินแบบไม่ต้องล้าง หรือมาส์กเคราตินสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นหลายเท่า
สรุป
ถ้าอยากให้ครีมนวดผมเคราตินให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด วิธีใช้สำคัญมาก เริ่มจากสระผมให้สะอาดก่อนเพื่อเปิดเกล็ดผม จากนั้นซับผมให้หมาดแล้วลงครีมเฉพาะปลายผม อย่าทาบริเวณหนังศีรษะเพราะอาจทำให้มันง่าย แล้วค่อย ๆ นวดเบา ๆ และทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที ถ้ามีหมวกอบผม หรือผ้าร้อนคลุมไว้ด้วยจะยิ่งช่วยให้สารบำรุงซึมลึกขึ้น จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อน และแนะนำให้ใช้ครีมเคราตินแค่ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ ที่สำคัญ ถ้าอยากเห็นผลไวขึ้น ลองใช้คู่กับเซรั่มหรือทรีตเมนต์บำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออกหลังสระ ก็จะยิ่งช่วยให้ผมกลับมาสวย แข็งแรงเร็วขึ้น